← News feed
บล.กสิกรฯให้รอรับ1,600 จุด สัปดาห์หน้า ลุ้น 4 ปัจจัย ค่าเงินจ่อ 34 บาท/ดอลลาร์
Affected tickers
Per-ticker News Sentiment Indicator
- KBANKmacro · neutral · med
The article discusses macroeconomic factors like the Fed meeting and currency volatility, noting that KBANK shares saw both buying and selling pressure recently.
Article body
HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,620 และ 1,600 จุด ส่วนแนวต้าน 1,650 และ 1,660 จุด ติดตามการประชุมเฟด (28-29 ก.ค.) กำไรไรบจ.ไตรมาส 2/2569 สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ด้านธนาคารกสิกรไทย คาดแนวโน้มค่าเงินบาทที่ระดับ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือนที่ 33.868 บาทต่อดอลลาร์ฯ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย มองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (27-31 ก.ค. 2569) ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,620 และ 1,600 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,650 และ 1,660 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (28-29 ก.ค.) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมิ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน การประชุม BOE และ BOJ ตลอดจนกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. และดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.ค. ของจีน
ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา SET index ดีดตัวขึ้น ท่ามกลางแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดยหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์และกลุ่มแบงก์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้ประกอบการรายแรก ๆ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าคาด ตลอดจนหุ้นกลุ่มพลังงานที่ยังได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือนที่ระดับ 1,657.55 จุด ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เสร็จสิ้นไปแล้ว อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยแม้จะมีแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์เข้ามาหนุนในช่วงท้ายสัปดาห์ แต่ก็มีแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มพลังงาน ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด
ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,644.39 จุด เพิ่มขึ้น 0.33% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 96,795.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.71% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.96% มาปิดที่ระดับ 227.13 จุด
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท สัปดาห์ระหว่างวันที่ 27-31 ก.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมเฟด (28-29 ก.ค.) ผลการประชุม BOE (30 ก.ค.) BOJ (31 ก.ค.) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัด และรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนมิ.ย. ของไทย
เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย แต่สวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง (โดยเฉพาะบริเวณทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ) ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงโจมตีตอบโต้กัน ทำให้สัญญาณการกลับมาเจรจาจากทั้ง 2 ฝ่ายยังไร้ความคืบหน้า นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการที่ตลาดประเมินว่า ราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นในช่วงนี้ อาจทำให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือนที่ 33.868 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ และราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่ขยับขึ้นไปแตะ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชันก่อนการประชุมเฟด ประกอบกับมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก (สวนทางราคาน้ำมันที่ย่อตัวกลับมา)
ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.61 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 ก.ค.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 20-24 ก.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 6,491 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทยที่ 10,155 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 10,151 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 4 ล้านบาท)
Facebook icon
Facebook
Twitter icon
Twitter
LINE icon
Line