Thai Financial News Intelligence
Latest article 16 min agoLatest analysis 15 min ago·20516 articles total
← News feed

"ดาวโจนส์" ปิดบวก 236 จุด รับแรงซื้อหุ้นอสังหาฯ-จับตางบเทคโนโลยี

published 5 h ago · th · source ↗

Affected tickers

Per-ticker News Sentiment Indicator

  • AMZNmacro · negative · med

    The article highlights investor concerns regarding "ความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก" which is weighing on sentiment for major technology stocks like Amazon.

  • GOOGLother · negative · med

    Investor confidence in Alphabet declined due to concerns that "เงินลงทุนด้าน AI จำนวนมหาศาลจะเริ่มสร้างผลกำไรได้เมื่อใด" following the company's significant increase in AI capital expenditure.

  • METAmacro · negative · med

    Market sentiment is pressured by concerns regarding "ความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก" which creates uncertainty for large-cap technology companies like Meta.

  • MSFTmacro · negative · med

    Market sentiment for tech stocks is pressured by concerns regarding "ความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก" and potential over-investment in the sector.

Article body

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 ก.ค. 69) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก ในวันศุกร์ (24 ก.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ วัสดุ และหุ้นของบริษัทที่เปิดเผยผลประกอบการแข็งแกร่ง ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดบวกเล็กน้อย ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดลบจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิปและเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,947.25 จุด เพิ่มขึ้น 235.60 จุด หรือ 0.46% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,411.98 จุด เพิ่มขึ้น 3.68 จุด หรือ 0.05% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,975.82 จุด ลดลง 161.87 จุด หรือ 0.64% อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.4% และเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ส่วนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดลบติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 โดยลดลง 0.6% และ 2% ตามลำดับ แรงซื้อสำคัญมาจากหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี S&P 500 ด้วยการเพิ่มขึ้น 2.4% นำโดยหุ้น Digital Realty Trust ที่พุ่งขึ้น 11% หลังบริษัทปรับเพิ่มประมาณการเงินทุนจากการดำเนินงานตลอดทั้งปี หุ้นกลุ่มวัสดุเพิ่มขึ้น 1.44% จากแรงซื้อหุ้นในธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ โดยหุ้น International Paper พุ่งขึ้น 11.2% ทำสถิติปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี S&P 500 ขณะที่หุ้น Smurfit Westrock เพิ่มขึ้น 11.1% “ดาวโจนส์” ปิดลบ 507 จุด กังวลต้นทุน AI บวม ฉุดหุ้นบิ๊กเทคดิ่งหนัก-น้ำมันทะลุ 100 เหรียญ “ดาวโจนส์” ปิดลบ 6 จุด พ่วงดัชนี Nasdaq ร่วง 146 จุด หุ้นเทคอ่อนตัว–น้ำมันพุ่ง นอกจากนี้ หุ้น SLB พุ่งขึ้น 11% หลังบริษัทผู้ให้บริการด้านแหล่งน้ำมันรายงานกำไรไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของดัชนี S&P 500 ถูกจำกัดจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยดัชนีหุ้นเทคโนโลยีใน S&P 500 ลดลง 0.88% ตามการอ่อนตัวของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์หน้า ได้แก่ Microsoft, Amazon.com, Meta Platforms และ Apple เพื่อประเมินแนวโน้มรายได้และความคุ้มค่าของการลงทุนด้าน AI ความเชื่อมั่นต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ลดลง หลัง Alphabet ประกาศเพิ่มงบลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้นักลงทุนตั้งคำถามว่าเงินลงทุนด้าน AI จำนวนมหาศาลจะเริ่มสร้างผลกำไรได้เมื่อใด รวมถึงกังวลว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวอาจเผชิญภาวะลงทุนเกินความจำเป็น ด้านหุ้น Intel ร่วงลง 7.9% แม้บริษัทคาดการณ์กำไรและรายได้รายไตรมาสสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ พร้อมประกาศแผนเพิ่มการใช้จ่ายในช่วง 2 ปีข้างหน้า ขณะที่ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor ลดลง 4.5% อีกปัจจัยที่ช่วยประคองบรรยากาศการลงทุนคือ ราคาสัญญาน้ำมันดิบที่ลดลงประมาณ 3% จากแรงขายทำกำไร หลังราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตลอด 5 วันก่อนหน้านี้ ประกอบกับมีรายงานว่าจีนกำลังผลักดันให้มีการรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ใช้มาตรการตอบโต้ทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่านและกลุ่มฮูตีในเยเมน ทำให้นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในวันศุกร์ พบว่ากิจกรรมภาคบริการเดือนก.ค. เร่งตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันฟุตบอลโลกและวันชาติสหรัฐฯ ขณะที่การขยายตัวของภาคการผลิตชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่ในอัตรา 10% และ 12.5% สำหรับสินค้าจากประเทศคู่ค้ารวม 60 ประเทศ โดยระบุเหตุผลเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการห้ามใช้แรงงานบังคับที่ไม่เข้มงวด ซึ่งประกาศดังกล่าวมีขึ้นพร้อมกับการสิ้นสุดมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกชั่วคราวในอัตรา 10% Tags AI Amazon apple Intel META Microsoft NASDAQ S&P500 ดาวโจนส์ ตลาดหุ้นสหรัฐ ปัญญาประดิษฐ์ หุ้นชิป หุ้นเทคโนโลยี