Thai Financial News Intelligence
Latest article 4 min agoLatest analysis 4 min ago·4699 articles total
← News feed

“ดาโอ” แนะลดน้ำหนักกลุ่มพลังงานต้นน้ำ-โรงกลั่น-ปิโตรเคมีขั้นต้น เสี่ยงน้ำมันปรับฐานลงต่อ

published 7 d ago · th · source ↗

Affected tickers

Per-ticker News Sentiment Indicator

  • AMATAother · positive · med

    The article highlights that government efforts to attract foreign investment from French companies will benefit industrial estate developers like AMATA.

  • PTTEPanalyst_rating_change · negative · med

    DAOL Securities recommends reducing exposure to PTTEP due to the risk of oil price corrections if peace negotiations between the U.S. and Iran succeed, citing "ความเสี่ยงราคาน้ำมันปรับฐานลงต่อ".

  • WHAother · positive · med

    The article highlights that WHA is expected to benefit from increased foreign direct investment as the government pushes to attract major French companies to invest in future industries.

Article body

HoonSmart.com>>บล.ดาโอ แนะทยอยซื้อสะสมหุ้นเข้าพอร์ต เน้น กลุ่ม Anti-Commodity ได้ประโยชน์ต้นทุที่ลดลง, หุ้นจ่ายปันผลดี, หุ้นกลุ่มค้าปลีกได้อานิสงส์ไทยช่วยไทยพลัส, หุ้น Laggard “โรงแรม, ธุรกิจการบิน ,โรงไฟฟ้า” จังหวะลดน้ำหนักกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP), หุ้นโรงกลั่นน้ำมัน, ปิโตรเคมีขั้นต้น ความเสี่ยงราคาน้ำมันปรับฐานลงต่อต่อ หากเจรจาสันติภาพบรรลุข้อตกลง บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) คาดทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ดัชนีจะยังคงตอบรับทางบวกต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน แม้จะมีข่าวสหรัฐฯโจมตีเรือของอิหร่านเช้านี้ก็ตาม อีกตัวแปรหน้า คือความกังวลเงินเฟ้อที่ลดลง ตลาดหุ้นไทย เริ่มมีแรงซื้อกระจายกันไปในหลายๆ กลุ่ม แม้หุ้นน้ำมัน จะเป็นผู้เสียประโยชน์จากข่าวเตรียมการหยุดยิงครั้งนี้ก็ตาม สำหรับมุมมองทางเทคนิคคาด SET แนวโน้มยังมีความผันผวน สลับการพักตัวระหว่างทาง แนนวรับ 1,538-1,544 จุด แนวต้าน 1,557-1,564 จุด ด้านปัจจัยในประเทศ ไทยช่วยไทยพลัส แห่ลงทะเบียนวันแรกทะลุ 23.7 ล้านคน สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก ขณะที่ผลจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้การนำเข้าราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขขาดดุลการค้าของไทยเดือน เม.ย. แตะ 10,021 ล้านดอลลาร์ ซึ่งกว้างที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1991 โดยยอดการนำเข้าพุ่งขึ้นถึง 45% (41,604 ล้านดอลลาร์) สูงกว่าการคาดการณ์ ขณะที่การส่งออกขยายตัวที่ 23.1% (31,583 ล้านดอลลาร์) ด้านนายกฯ นำทีมไทยแลนด์หารือ 5 บริษัทยักษ์ฝรั่งเศส (Airbus, EssilorLuxottica, Imerys, Thales, IN Groupe) ผลักดันการลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต การเข้ามาของนักลงทุนต่างประเทศในรูปแบบ FDI จะหนุนภาพรวมการลงทุนของไทยให้สูงขึ้น โดยหุ้นที่ได้อานิสงส์เป็นลำดับต้นๆ คือกลุ่มพัฒนานิคมอุตสาหกรรม อาทิ WHA, AMATA, PIN, ROJNA “มุมมองตลาดมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง หลังปัจจัยเสี่ยงระดับโลกมีความชัดเจนในเชิงผ่อนคลายมากขึ้น เวลานี้ตลาดกำลังรอดูเพียงผลการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ว่าจะลงนามได้อย่างเป็นทางการเมื่อใด รวมถึงการจับตาการปรับพอร์ตของกองทุนตามรอบ MSCI Rebalance ในวันที่ 29 พ.ค.” กลยุทธ์หลัก นักลงทุนสามารถทยอยซื้อสะสมหุ้นเข้าพอร์ตได้ โดยเน้นคัดเลือกหุ้นกลุ่ม Anti-Commodity ที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลง, หุ้นที่จ่ายเงินปันผลดี, หุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล (ไทยช่วยไทยพลัส) รวมถึงหุ้น Laggard อาทิ โรงแรม, ธุรกิจการบิน และโรงไฟฟ้า ซึ่งเคยเป็นผู้เสียประโยชน์จากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงก่อนหน้า การจัดการความเสี่ยง (หุ้นน้ำมันมีความเสี่ยงที่จะถูกขาย): หากการเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ราคาน้ำมันจะถูกปรับฐานลงต่อ หุ้นที่นักลงทุนควรลดการถือครอง หรือ Underweight คือกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP), หุ้นโรงกลั่นน้ำมัน และปิโตรเคมีขั้นต้น หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ BGRIM* และ GULF* เข้ามาในพอร์ต เพื่อรับประโยชน์จาก Bond Yield ที่มีโอกาสปรับลดลงและต้นทุนพลังงานที่ถูกลง หุ้นในพอร์ตปัจจุบันประกอบด้วย: BGRIM (10%), GULF (10%), COM7* (10%), KBANK (10%), CPF* (10%), CPN (10%), WHA* (10%) หุ้นเด่น Technical : BBIK, PLANB Facebook icon Facebook Twitter icon Twitter LINE icon Line