← News feed
ส่อง 7 กลุ่มรับธีมน้ำมันขาลง ต้นทุนลดหนุนกำไร โบรกชู CENTEL-OSP-GPSC เด่น
Affected tickers
Per-ticker News Sentiment Indicator
- CENTELmacro · positive · med
The decline in global oil prices is expected to reduce operating costs for CENTEL, supporting the company's profitability and investment sentiment.
- GPSCmacro · positive · med
The decline in global oil prices is viewed as a positive factor for GPSC, as the company benefits from lower energy costs and favorable gas-linked revenue structures.
- OSPmacro · positive · med
The decline in global oil prices is expected to reduce production and logistics costs for OSP, as noted by DAOL, which highlights the company as a beneficiary of this trend.
Article body
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ราคาน้ำมันดิบโลก
ที่ปรับตัวลดลงแรง กลับมาเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอีกครั้ง หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเปิดทางให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ
Brent
ปรับตัวลดลงแรง
7.2%
สะท้อนมุมมองของตลาดที่เริ่มคลายความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันโลก ขณะเดียวกันยังเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นหลายกลุ่มในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ทั้งท่องเที่ยว สายการบิน เครื่องดื่ม ค้าปลีก รับเหมาก่อสร้าง ค้าปลีกน้ำมัน รวมถึงเกษตรและอาหาร
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและหนุน
Sentiment
การลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์ แต่ยังต้องติดตามความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสองประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเงื่อนไขการเจรจายังอาจทำให้ราคาน้ำมันผันผวนในระยะสั้น
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ
(
ประเทศไทย
)
จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
DAOL
ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงแรง หลังนักลงทุนเพิ่มความคาดหวังต่อความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน โดยวานนี้ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ
Brent
ปรับตัวลดลง
7.2%
สะท้อนมุมมองเชิงบวกของตลาดต่อโอกาสการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ สำนักข่าว
Axios
รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ
ผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์
(
Reuters)
ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอีก
60
วัน โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อิหร่านจะอนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือ
Strait of Hormuz
ได้โดยไม่เรียกเก็บค่าผ่านทาง ขณะที่สหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน รวมถึงผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน เพื่อเปิดทางให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างเสรีมากขึ้น
“ทรัมป์” โพสต์ขอบคุณอิหร่านเปิด “ฮอร์มุซ” เต็มรูปแบบ น้ำมันสะดุ้ง! ร่วงทันที 11%
SET เปิดบวก 25 จุด ตามตลาดเอเชีย รับข่าว “ตะวันออกกลาง” คลี่คลาย-น้ำมันดิบร่วง
บล
.
ดาโอ
ประเมินว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มค่อย ๆ กลับเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้น หากความพยายามในการเจรจาเพื่อยุติสงครามมีความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังมีโอกาสผันผวนในระดับสูงในระยะสั้น เนื่องจากเงื่อนไขการเจรจายังมีความไม่แน่นอน โดยฝ่ายวิจัยยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปีนี้ไว้ตามเดิม
สำหรับมุมมองการลงทุน บล
.
ดาโอ ประเมินว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงจะส่งผลบวกต่อหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาปรับตัวลงแรงจากความกังวลสถานการณ์สงคราม
โดยหุ้นเด่นที่มีโอกาสฟื้นตัวหรือ
Rebound
ได้ดี อาทิ
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
CENTEL
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
37.00
บาท
,
บริษัท โอสถสภา จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
OSP
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
19.00
บาท และ
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
GPSC
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
44.50
บาท
ด้านกลุ่มท่องเที่ยว บล
.
ดาโอ
มีมุมมองเป็นกลาง หรือ
Neutral
โดยประเมินว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น หุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
ERW
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
3.20
บาท
,
CENTEL
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
37.00
บาท
,
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
MINT
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
26.00
บาท และ
บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
SHR
แนะนำ
“
ถือ
”
ราคาเป้าหมาย
1.80
บาท
ขณะที่
GPSC
ได้รับมุมมองเชิงบวก เนื่องจากรายได้ที่อิงกับก๊าซธรรมชาติ หรือ
gas-linked
คิดเป็นสัดส่วนราว
70%
และสามารถส่งผ่านต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นได้ อีกทั้งค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ
Ft
มีแนวโน้มปรับขึ้นตามต้นทุนพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขายอยู่ในระดับมูลค่าที่น่าสนใจ
ส่วนกลุ่มการบิน บล
.
ดาโอ
มีมุมมอง
Neutral
โดยระบุว่ากลุ่มนี้จะได้รับ
Sentiment
เชิงบวกจากแรงกดดันด้านต้นทุนน้ำมันที่ลดลง รวมถึงช่วยสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยว หุ้นที่คาดว่าได้รับประโยชน์ ได้แก่
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
AOT
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
60.00
บาท และ
บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
AAV
แนะนำ
“
ถือ
”
ราคาเป้าหมาย
1.12
บาท อย่างไรก็ตาม บล
.
ดาโอ
ประเมินว่า
AAV
ยังมีความเสี่ยงขาดทุนในระดับสูงในไตรมาส
2-3/2569
สำหรับกลุ่มเครื่องดื่ม บล
.
ดาโอ
มีมุมมอง
Neutral
โดยคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากต้นทุนพลังงานที่คิดเป็น
2-4%
ของต้นทุนขาย รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มลดลง หุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่
OSP
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
19.00
บาท
,
บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
CBG
แนะนำ
“
ถือ
”
ราคาเป้าหมาย
40.00
บาท และ
บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
SAPPE
แนะนำ
“
ถือ
”
ราคาเป้าหมาย
30.00
บาท
ด้านกลุ่มค้าปลีก บล
.
ดาโอ
ให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด หรือ
Overweight
เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดแรงกดดันด้านค่าขนส่ง และสนับสนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะสั้น ซึ่งจะส่งผลบวกต่อจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายสาขาเดิม หรือ
SSSG
หุ้นที่คาดว่าได้รับอานิสงส์ ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
BJC
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
17.00
บาท
,
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
CPAXT
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
19.00
บาท และ
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
CPALL
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
63.00
บาท
ขณะเดียวกัน กลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้รับประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันที่คิดเป็นสัดส่วนราว
1-2%
ของต้นทุนรวม รวมถึงราคาน้ำมันที่ลดลงอาจส่งผลให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างบางรายการปรับตัวลดลงตาม โดยหุ้นที่คาดว่าได้รับอานิสงส์ ได้แก่
บริษัท ช
.
การช่าง จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
CK
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
23.00
บาท และ
บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
STECON
แนะนำ
“
ถือ
”
ราคาเป้าหมาย
13.50
บาท
นอกจากนี้ บล
.
ดาโอ
มีมุมมองเป็นกลาง
(
Neutral)
ต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน
แต่มีโอกาสช่วยลดแรงกดดันต่อฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาดจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง โดยหุ้นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
บริษัท ปตท
.
น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
OR
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
15.00
บาท และ
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
PTG
แนะนำ
“
ถือ
”
ราคาเป้าหมาย
8.00
บาท
สำหรับกลุ่มเกษตรและอาหาร
ทาง บล
.
ดาโอ ไม่ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างเป็นทางการ
(
Non-rated)
แต่ประเมินว่ากลุ่มนี้จะได้รับอานิสงส์จากต้นทุนโดยรวมที่ลดลง ทั้งต้นทุนขนส่งและต้นทุนวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน หุ้นที่คาดว่าได้รับประโยชน์
ได้แก่
บริษัท ไอ
–
เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
ITC
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
20.00
บาท
,
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
TU
แนะนำ
“
ซื้อ
”
ราคาเป้าหมาย
12.80
บาท และ
บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
AAI
แนะนำ
“
ถือ
”
ราคาเป้าหมาย
4.00
บาท
อย่างไรก็ตาม บล
.
ดาโอ
มีมุมมองเชิงลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นในระยะสั้น เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงจะกระทบต่อราคาขายน้ำมันเฉลี่ยของบริษัทในกลุ่มพลังงานต้นน้ำ โดยเฉพาะ
บริษัท ปตท
.
สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
PTTEP
ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นอาจได้รับผลกระทบจากกำไรสต๊อกน้ำมัน หรือ
stock gain
ที่ลดลง
ทั้งนี้ บล
.
ดาโอ
ยังคงคำแนะนำ
“
ซื้อ
”
สำหรับ
PTTEP
ราคาเป้าหมาย
180.00
บาท
,
บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
SPRC
ราคาเป้าหมาย
8.50
บาท
,
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
TOP
ราคาเป้าหมาย
55.00
บาท และ
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด
(
มหาชน
)
หรือ
BCP
ราคาเป้าหมาย
40.00
บาท แม้กลุ่มดังกล่าวอาจเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงในระยะสั้น
Tags
บล.ดาโอ
DAOL
น้ำมันร่วง
หุ้นค้าปลีก
ช่องแคบฮอร์มุซ
CENTEL
สหรัฐอิหร่าน
GPSC
หุ้นรับน้ำมันขาลง
หุ้นท่องเที่ยว
หุ้นต้นทุนลด
ราคาน้ำมัน
หุ้นอาหาร
หุ้นพลังงาน
หุ้นโรงกลั่น
หุ้นรับเหมา
หุ้นเครื่องดื่ม
OSP
หุ้นการบิน
น้ำมันดิบ BRENT