Thai Financial News Intelligence
Latest article just nowLatest analysis just now·4699 articles total
← News feed

KSS มอง SET สัปดาห์นี้ “Sideways Up” ชู GULF-THAI-JMT หุ้นเด่น

published 18 h ago · th · source ↗

Affected tickers

Per-ticker News Sentiment Indicator

  • AMATAother · positive · med

    KSS includes AMATA in its investment theme for the week, noting it as part of the industrial estate group expected to benefit from market trends.

  • BBLmacro · neutral · med

    The article discusses the overall market outlook as “Sideways/Up” and mentions the banking sector generally, but does not provide specific analysis or catalysts for BBL.

  • BHother · positive · med

    Krungsri Securities (KSS) identifies "บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH" as a beneficiary of the market's "De-escalation" theme, which is expected to support a positive market trend.

  • CENTELmacro · positive · med

    KSS identifies CENTEL as a beneficiary of the "ธีม De-escalation" or reduced geopolitical tensions, which is expected to support the tourism sector.

  • CPALLother · positive · med

    KSS identifies CPALL as a beneficiary of the 'ธีม De-escalation' market sentiment, which is expected to support a 'Sideways/Up' trend for the Thai stock market.

  • ERWmacro · positive · med

    KSS identifies ERW as a beneficiary of the "ธีม De-escalation" which is expected to support the tourism sector amid a broader market outlook of "Sideways/Up".

  • GULFother · positive · med

    KSS identifies GULF as a top pick for the week, citing it as a high-growth stock with projected 27% profit growth in 2026.

  • JMTother · positive · med

    KSS identified JMT as a top pick, noting that the "การลดความตึงเครียดช่วยลดแรงกดดันจาก Bond Yield และหนุนการเก็บหนี้ดีขึ้น".

  • KBANKother · positive · med

    Krungsri Securities (KSS) identified KBANK as a key stock in their investment theme for the week, noting it as a primary pick within the banking sector.

  • KTBother · positive · med

    Krungsri Securities (KSS) included KTB in their list of recommended investment themes for the week, citing a positive market outlook of “Sideways/Up”.

  • MTCother · positive · med

    KSS includes MTC in its list of stocks benefiting from the 'De-escalation' theme, which is expected to support market sentiment.

  • STECONother · neutral · low

    The article mentions STECON as part of a broader list of construction stocks in a market outlook report, but provides no specific company-level news or catalysts.

  • WHAother · neutral · high

    The article mentions WHA as part of a broader investment theme for industrial estates but does not provide specific news or material catalysts for the company.

Article body

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์ KSS ว่า ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้(2-5 มิถุนายน 2569) มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideways/Up” โดยให้แนวต้านที่ระดับ 1,581 จุด และ 1,593 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ระดับ 1,552 จุด และ 1,540 จุด สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KSS ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยมีแรงส่งจากการที่ตลาดเริ่ม Price-in ภาพสงคราม De-escalation หรือการลดระดับความตึงเครียดที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามหลักอยู่ที่รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพฤษภาคม ซึ่งคาดว่าจะยังประคองภาพตลาดได้ ส่วนปัจจัยภายในประเทศ KSS ระบุว่า ตลาดจะติดตามรายงานเงินเฟ้อไทยเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งคาดว่ายังเร่งขึ้นจากราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ตลาดน่าจะให้น้ำหนักต่อประเด็นดังกล่าวลดลง และประเมินว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป โดยรวมหุ้นธีมเด่นที่ KSS แนะนำ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากธีม De-escalation เช่น กลุ่มท่องเที่ยว อาทิ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW กลุ่มการบิน ได้แก่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และกลุ่มเช่าซื้อ-บริหารหนี้ ได้แก่ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ขณะที่อีกกลุ่มเป็นธีมลงทุน ได้แก่ กลุ่มธนาคาร นำโดยธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กลุ่มไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON และบริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET รวมถึงกลุ่มสื่อสาร ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC “กรุงศรี” ชี้กลุ่มโรงไฟฟ้าขาขึ้น เลือก GULF-WHAUP ลุ้นกำไร Q2 โตเด่น “กรภัทร” ชี้ SET ไซด์เวย์กรอบ 1,553-1,590 จุด ชู AI Infrastructure หนุนตลาด จับตา DELTA นอกจากนี้ KSS ยังแนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA และบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ KSS แนะนำ 3 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 74 บาท โดยมองเป็นหุ้นเติบโตสูง คาดกำไรปี 2569 เติบโต 27% และมีโอกาสหลัง MSCI Rebalance เป็น Outflows บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ราคาเป้าหมาย Consensus ที่ 7.62 บาท ได้แรงหนุนจากธีม De-escalation ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนหลักจากราคาน้ำมัน พร้อมมีโอกาสเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 13 บาท โดยมองว่าการลดความตึงเครียดช่วยลดแรงกดดันจาก Bond Yield และหนุนการเก็บหนี้ดีขึ้น ส่วนหุ้นเด่นสัปดาห์ก่อน ได้แก่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA และบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 0.44% เทียบกับดัชนี SET ที่ให้ผลตอบแทน 1.93% ด้านปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ KSS ระบุว่า นักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ระหว่างวันที่ 1-5 มิถุนายน 2569 รวมถึงข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ โดยวันที่ 3 มิถุนายน จะมีรายงานการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนพฤษภาคม คาดเพิ่มขึ้น 110,000 ตำแหน่ง จากครั้งก่อน 109,000 ตำแหน่ง และวันที่ 5 มิถุนายน จะมีรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพฤษภาคม คาดเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่ง จากครั้งก่อน 115,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานเดือนพฤษภาคมคาดอยู่ที่ 4.30% นอกจากนี้ ยังต้องติดตามดัชนี ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมในวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งคาดอยู่ที่ 53.20 จุด จากครั้งก่อน 52.70 จุด และดัชนี ISM ภาคบริการในวันที่ 3 มิถุนายน คาดอยู่ที่ 53.80 จุด จากครั้งก่อน 53.60 จุด รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของจีน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาค สำหรับปัจจัยในประเทศ วันที่ 5 มิถุนายน จะมีรายงานเงินเฟ้อไทยเดือนพฤษภาคม 2569 โดยตลาดคาดว่า CPI จะเพิ่มขึ้น 3.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากครั้งก่อนเพิ่มขึ้น 2.89% ขณะที่ Core CPI คาดเพิ่มขึ้น 0.90% จากครั้งก่อนเพิ่มขึ้น 0.83% ด้านประมาณการกำไรตลาด KSS ระบุว่า กำไรตลาดปี 2569 อยู่ที่ 97.10 บาทต่อหุ้น ทรงตัวจากสัปดาห์ก่อน โดยกลุ่มที่มีการปรับประมาณการขึ้น ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและปิโตรเคมี ส่วนกลุ่มที่ถูกปรับลด ได้แก่ กลุ่มสื่อและขนส่ง ส่วนทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นและพันธบัตรภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น 1,064 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีเงินทุนไหลเข้า 363 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นขายหุ้น 16.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และซื้อพันธบัตร 379.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาททรงตัวบริเวณ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ Tags KSS เงินเฟ้อไทย SET KSS Weekly Outlook ตลาดหุ้นไทย THAI JMT บล.กรุงศรี Fund Flow GULF หุ้นไทย