Thai Financial News Intelligence
Latest article 3 min agoLatest analysis 3 min ago·4699 articles total
← News feed

LHS อัปเป้า SET สิ้นปี 1,600 จุด แนะสอย 5 หุ้นรับอานิสงส์ “รัฐ” กระตุ้นเศรษฐกิจ

published 16 h ago · th · source ↗

Affected tickers

Per-ticker News Sentiment Indicator

  • CKother · positive · med

    LHS highlights CK as a top pick due to its strong backlog of 156,000 million baht and expected profit growth from subsidiaries like CKP and BEM.

Article body

บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LHS เปิดเผยว่า ทิศทางดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประจำเดือนมิถุนายน 2569 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,480-1,630 จุด โดยภาพรวมของตลาดยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากแรงหนุนของปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่ประมาณการไว้เดิม ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/2569 ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดการณ์ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยในปี 2569 ขึ้นเป็นขยายตัว 2.0% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1.4% โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.3% การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว 3.7% การลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัว 3.3% และภาคการส่งออกที่ยังคงเติบโตได้ 9.0% พร้อมกันนี้ ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดหุ้นไทยในปี 2569 ขึ้นเป็น 93.20 บาท จากเดิม 92.00 บาท ซึ่งส่งผลให้มีการปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ในปีนี้ขึ้นจาก 1,580 จุด เป็น 1,600 จุด สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เน้นการลงทุนแบบเลือกซื้อ (Selective Buy) ในกลุ่มหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ (Domestic Play) และกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการของภาครัฐเป็นหลัก โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้นและประคองกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ซึ่งกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มไฟแนนซ์ นอกจากนี้ยังแนะนำให้จับตาธีมการลงทุนด้านการปรับโครงสร้างพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มพลังงานสะอาด โรงไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง นิคมอุตสาหกรรม และกลุ่มธนาคาร โดยมีหุ้นเด่นที่แนะนำสำหรับการลงทุนประจำเดือนมิถุนายน 2569 จำนวน 5 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย 1. บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ประเมินราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 23.00 บาท โดยมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น (Upside) 28% โดยคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 จะสามารถเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หลังจากผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสแรก โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมอย่าง บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาลเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน รวมถึง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ที่ช่วยประคองฐานรายได้ได้อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่บริษัทมีงานในมือ (Backlog) รองรับรายได้ในระยะกลางอย่างแข็งแกร่งถึง 156,000 ล้านบาท 2.บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ประเมินราคาเป้าหมายที่ 7.90 บาท มี Upside 6.8% คาดการณ์กำไรในไตรมาส 2/2569 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เริ่มกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่คาดว่าจะขยายตัวขึ้นจากการปรับขึ้นราคาขายสินค้าและการเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าตราสินค้าของบริษัท (House Brand/Private Brand) “บล.พาย” แนะสะสม TIDLOR-CPALL รับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง “เอเซียพลัส” คัด 11 หุ้นรับเทรนด์น้ำมันดิ่ง-เศรษฐกิจฟื้น ชู GULF-BDMS เด่น 3.บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประเมินราคาเป้าหมายที่ 66.00 บาท มี Upside 6.5% บริษัทยังคงมีมุมมองการเติบโตในระยะยาวที่โดดเด่นจากการรุกขยายธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) อย่างจริงจัง ขณะที่ในไตรมาส 2/2569 คาดว่ากำไรปกติจะเติบโตอย่างโดดเด่นต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่ปรับตัวดีขึ้น และยังเตรียมรับรู้รายได้จากเงินปันผลของ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มูลค่าราว 2.84 พันล้านบาท 4.บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ประเมินราคาเป้าหมายที่ 23.00 บาท มี Upside 25.6% ประเมินว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 จะยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนจากฐานรายได้หลักที่แข็งแรง ทั้งในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่งและสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการตั้งสำรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการประกาศดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 2.4 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นในช่วงตลาดผันผวน และ 5.บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ประเมินราคาเป้าหมายที่ 3.60 บาท มี Upside 19.2% คาดการณ์ว่ากำไรปกติในไตรมาส 2/2569 จะสามารถเติบโตได้ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากสาขาใหม่ที่เปิดให้บริการ และยังมีโอกาสที่จะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะเข้ามาช่วยสนับสนุนยอดขายในช่วงปลายไตรมาสที่ 2/2569 ต่อเนื่องไปยังไตรมาสที่ 3/2569 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Tags CK GLOBAL GULF LHS TIDLO TNP หุ้นเด่น แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์