← News feed
BTS เปิดงบปีขาดทุน 1,152 ล้าน บุ๊กด้อยค่าเงินลงทุน JMART
Affected tickers
Per-ticker News Sentiment Indicator
- BBLother · neutral · high
The article reports on the financial performance of BTS and its investment in JMART, which has no direct material impact on Bangkok Bank (BBL).
- BTSearnings_miss · negative · high
BTS reported a net loss of 1,152 million baht, primarily due to a one-time impairment loss of 961 million baht from its investment in JMART.
- JMARTother · negative · med
BTS reported a one-time impairment loss on its investment in JMART of 961 million baht, stating: "บันทึกผลขาดทุนด้อยค่าของเงินลงทุน JMART เกิดขึ้นครั้งเดียว จำนวน 961 ล้านบาท".
Article body
HoonSmart.com>>”บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” (BTS) เปิดงบปี 68/69 พลิกขาดทุน 1,152 ล้านบาท บันทึกผลขาดทุนด้อยค่าของเงินลงทุน JMART เกิดขึ้นครั้งเดียว จำนวน 961 ล้านบาท ด้านต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่รวมงบการเงิน RABBIT พร้อมคาดแนวโน้มปี 69/70 กลุ่มบริษัทตั้งเป้ารายได้จากการดำเนินงาน 2.7 หมื่นล้านบาท
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เปิดเผยผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2568/2569 สิ้นสุด 31 มีนาคม 2569 พลิกขาดทุนสุทธิ 1,151.82 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.07 บาท เมื่อเทียบปีงบประมาณ 2567/2568 กำไรสุทธิ 2,323.91 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.16 บาท
สาเหตุหลักที่ขาดทุนสุทธิ มาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนใน JMART ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จากการรวมงบการเงิน RABBIT เต็มปีอย่างไรก็ตาม หากหักรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ บริษัทฯ รายงานขาดทุนสุทธิหลังปรับปรุงแล้วจำนวน 783 ล้านบาท
บริษัทฯ มีรายได้รวม 28,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% หรือ 166 ล้านบาทจากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ (RABBIT) และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล (ROCTEC) จำนวน 4,863 ล้านบาทในปี 2568/69 จากการเปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม ถูกชดเชยบางส่วนด้วย
นอกจากนี้ไม่มีการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 3,368 ล้านบาท จากการเปลี่ยนสถานะของ RABBIT และ ROCTEC มาเป็นบริษัทย่อย และการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 1,439 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากไม่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงค้างที่เกี่ยวข้องกับงานค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) หลังจากที่ได้รับชำระหนี้จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในวันที่ 30 ตุลาคม 2568
บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม 22,811 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% หรือ 4,129 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการรวมงบการเงินของบริษัทดังกล่าว อีกทั้ง บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) จำนวน 961 ล้านบาทในปีนี้
ด้านกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) จำนวน 11,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.3% หรือ 2,322 ล้านบาทจากปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA ในธุรกิจ MATCH สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ RABBIT และ ROCTEC รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีจากการรวมงบการเงินของทั้งสองบริษัท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกหักกลบบางส่วนด้วย Recurring EBITDA ของธุรกิจ MOVE ที่ลดลง
ในส่วนของธุรกิจ MOVE EBITDA ลดลง ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับที่เกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้า นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 84.6% หรือ 507 ล้านบาทจากปีก่อน เป็นจำนวน 1,106 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มในปีงบประมาณ 2569/70 กลุ่มบริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 27,000 ล้านบาท (จากปี 2568/69 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวมจำนวน 23,800 ล้านบาท) โดยคาดว่า Recurring EBITDA จะอยู่ที่ช่วง 9,000-10,000 ล้านบาท รายได้ธุรกิจ MOVE ในปี2569/70 คาดว่าจะคงตัวอยู่ที่ 9,200 ล้านบาท มีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ O&M จำนวน 7,800 ล้านบาท และรายได้ค่าโดยสารจากสายสีชมพูและสายสีเหลืองที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1,200–1,400 ล้านบาท นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการรับรู้ดอกเบี้ยรับเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าจำนวน 1,900 พันล้านบาท ในขณะที่จำนวนเที่ยวเดินทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลักคาดว่าจะอยู่ที่ราว 210–220 ล้านเที่ยวคนในปี2569/70 และเติบโตเป็นประมาณมากกว่า 220 ล้านเที่ยวคนในปี 2571/72
สำหรับธุรกิจ MIX แม้ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลให้ภาคธุรกิจเพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้สื่อที่สามารถสร้างการมองเห็นและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่ง โดยคาดว่า ค่าใช้จ่ายสื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชนและสื่อโฆษณานอกบ้านจะเติบโต 11% และ 7% ตามลำดับ ภายใต้แนวโน้มดังกล่าว VGI คาดการณ์รายได้ในปี 2569/70 ไว้ที่ 5,0000–5,500 ล้านบาท และคาดการณ์เงินลงทุน (CAPEX) จำนวน 500 ล้านบาท
ธุรกิจ MATCH คาดแนวโน้มการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริการทางการเงินของ RABBIT รวมถึงธุรกิจ ICT ของ ROCTEC โดย RABBIT คาดว่าจะมีรายได้อยู่ในช่วง 6,000–6,500 ล้านบาท ขณะที่ ROCTEC คาดว่าจะเติบโตในระดับเลขหลักเดียว (Single-digit growth) ทั้งนี้ ธุรกิจ MATCH คาดการณ์ CAPEX ไว้ที่ 2,700 ล้านบาท
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อนุมัติการงดจ่ายเงินปันผล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 และพิจารณาและอนุมัติการโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญจ านวน 6,202,905,818 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 จ านวน 6,202,905,818 บาท
ทั้งนี้ ภายหลังการโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญเพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมดังกล่าว บริษัทฯ จะมีผลขาดทุนสะสมจำนวน 1,487,123,074 บาท และจะไม่มีส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญคงเหลือในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ
———————————————————————————————————————————————————–
Facebook icon
Facebook
Twitter icon
Twitter
LINE icon
Line